ตลาดเครื่องนอนพรีเมียมในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ เมื่อ Omazz Holding ภายใต้การบริหารของคุณทีปกร โลจนะโกสินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ BEDGEAR แบรนด์ Performance Sleep ชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับประสบการณ์การนอนของผู้บริโภคชาวไทย ผ่านแนวคิด “Personalized Performance Sleep” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์สรีระ อุณหภูมิร่างกาย และ Recovery Profile ของแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำ
การผนึกกำลังครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Eugene Alletto ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ BEDGEAR เดินทางเยือนประเทศไทยเพื่อวางกลยุทธ์การเติบโตในระยะยาว โดย BEDGEAR ถือเป็นแบรนด์ระดับสากลที่เป็นผู้นำด้าน “Performance Sleep” ซึ่งมุ่งพัฒนา Sleep System ที่ช่วยสนับสนุน Recovery, Energy และ Daily Performance ของผู้ใช้งานในทุกวัน ผ่านการออกแบบเครื่องนอนที่ตอบโจทย์สรีระและพฤติกรรมการนอนที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล
นวัตกรรมที่ตอบโจทย์สรีระและสภาพอากาศ

จุดเด่นที่ทำให้ BEDGEAR แตกต่าง คือการนำเทคโนโลยี Performance Fabric และแนวคิดเดียวกับ Performance Gear ในโลกกีฬา มาพัฒนาเป็น Sleep System ที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิ ลดความชื้น และสนับสนุนคุณภาพการฟื้นตัวของร่างกายระหว่างการนอน ผ่านนวัตกรรม Ver-Tex และ Dri-Tec ซึ่งออกแบบมาให้เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยโดยเฉพาะ
พร้อมด้วยระบบ Pillow ID และที่นอนรุ่น M3 Modular Mattress ที่สามารถปรับระดับความนุ่ม-แน่นแยกอิสระได้ทั้งสองฝั่ง เพื่อให้การนอนของแต่ละคน “Fit” กับร่างกายและ Sleep Profile ของตัวเองมากที่สุด
วิสัยทัศน์ร่วมกัน: Performance, Experience และการให้เกียรติ “อัตลักษณ์”

Eugene Alletto เปิดเผยความประทับใจที่มีต่อตลาดไทยและพันธมิตรทางธุรกิจว่า:
“ผมรู้สึกขอบคุณที่คนไทยเปิดใจยอมรับและเข้าใจในสิ่งที่ BEDGEAR กำลังทำจริง ๆ ประเทศไทยเปี่ยมไปด้วยพลัง ความสุข และมีวัฒนธรรมที่น่าทึ่ง ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่คนทั่วโลกจดจำ สิ่งสำคัญคือเราต้องให้เกียรติ ‘อัตลักษณ์’ ของตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องกล้าสร้างนวัตกรรมเพื่ออนาคต”

นอกจากนี้ Eugene ยังกล่าวถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อ คุณทีปกร โลจนะโกสินทร์ และทีมงาน Omazz Holding ว่ามีวิสัยทัศน์ตรงกันในการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ผ่านแนวคิด Personalized Sleep และการสร้างมาตรฐานใหม่ของ Performance Sleep ในประเทศไทย
ก้าวสู่อนาคตด้วย AI และความยั่งยืน (Sustainability)

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่กำลังจะมาถึง คือการเปิดตัว “AI Sleep Fitting Experience” เทคโนโลยี AI อัจฉริยะที่ช่วยวิเคราะห์สรีระและพฤติกรรมการนอน เพื่อสร้าง Personalized Sleep Optimization ที่แม่นยำสำหรับผู้ใช้งานแต่ละคนภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ตอกย้ำทิศทางของอุตสาหกรรม Sleep Wellness ที่กำลังก้าวจากมาตรฐานแบบเดิมสู่การนอนที่ขับเคลื่อนด้วย Data และ Performance
นอกจากด้านเทคโนโลยี ทั้งสององค์กรยังให้ความสำคัญกับ Sustainability ผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์แบบ Modular ที่สามารถถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนและซ่อมแซมได้ เพื่อยืดอายุการใช้งานและลดขยะในอุตสาหกรรมเครื่องนอน สอดรับกับแนวคิด ESG และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภครุ่นใหม่
BEDGEAR ในประเทศไทย: จากวันแรกสู่การบุกเบิก “Performance Sleep”

BEDGEAR เข้าสู่ตลาดประเทศไทยมาแล้วกว่า 10 ปี ภายใต้การบริหารของ Omazz Holding Group จากจุดเริ่มต้นของแบรนด์ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักในตลาดไทย ปัจจุบัน BEDGEAR เติบโตขึ้นอย่างมั่นคงด้วยเครือข่ายจำหน่ายที่ครอบคลุม 43 จุดจำหน่ายทั่วประเทศ ผ่าน 6 ช่องทางหลัก ได้แก่ SB Design Square, Central Department Store, Siam Paragon, Emporium, Chic Republic, Mattress City และ BEDGEAR Flagship Store : Crystal Design Center (CDC)
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคไทยที่ให้ความสำคัญกับ Recovery, Wellness และ Personalized Sleep Experience มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำว่า BEDGEAR ไม่ได้เข้ามาแข่งขันในตลาดเครื่องนอนแบบดั้งเดิม แต่กำลังสร้างหมวดหมู่ใหม่ของ “Performance Sleep” ในประเทศไทย
BEDGEAR Accelerates Global Expansion สู่ Australia และตลาด Asia-Pacific

การเติบโตในประเทศไทยถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ BEDGEAR ในภูมิภาค Asia-Pacific โดยในปี 2024 แบรนด์ได้ตัดสินค้าจับมือกับ Omazz Holding เดินหน้าขยายธุรกิจสู่ประเทศออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ผ่านการเปิด BEDGEAR Experiential Store 2 สาขา ได้แก่ Warringah และ Miranda
Eugene มองว่าออสเตรเลียเป็น Strategic Market ที่มีผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ Wellness, Recovery และ High Performance Lifestyle ซึ่งสอดคล้องกับ DNA ของ BEDGEAR อย่างชัดเจน
พร้อมกันนี้ BEDGEAR ยังตั้งเป้าขยายเครือข่ายสู่ 30 สาขาภายในปี 2028 เพื่อผลักดันแบรนด์สู่การเป็น Global Performance Sleep Brand อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานสำคัญของภูมิภาค
AI Sleep Fitting Experience: 28 วินาทีสู่ Personalized Sleep Optimization
นวัตกรรมที่น่าจับตามองที่สุดที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดไทยในเร็ว ๆ นี้ คือ AI Sleep Fitting Experience ระบบสแกนร่างกายแบบ 3D ที่ใช้เวลาเพียง 28 วินาที ในการวิเคราะห์ข้อมูลร่างกายอย่างละเอียด ทั้งน้ำหนัก ส่วนสูง ความกว้างไหล่ และสรีระโดยรวม
จากนั้น AI Engine ที่พัฒนาจากข้อมูล Sleep Data หลายล้านชุดตลอดระยะเวลา 8 ปี จะช่วยแนะนำหมอนและที่นอน BEDGEAR ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ใช้งานแต่ละคน
เทคโนโลยีนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials ที่ต้องการผสานโลกดิจิทัลเข้ากับประสบการณ์จริง พร้อมยืนยันว่า BEDGEAR ไม่ได้มองการนอนเป็นเพียงเรื่องของความสบาย แต่คือรากฐานของ Recovery และ Human Performance ในชีวิตประจำวัน
สัมผัสประสบการณ์การนอนระดับโลก

ผู้สนใจสามารถสัมผัสประสบการณ์ “Personalized Performance Sleep” จาก BEDGEAR ได้ผ่านการ Sleep Fitting และการวิเคราะห์การนอนที่ออกแบบเฉพาะบุคคล โดยมีทีม Sleep Coach คอยให้คำแนะนำเพื่อหาเครื่องนอนที่เหมาะสมกับสรีระ อุณหภูมิร่างกาย และพฤติกรรมการนอนของแต่ละคน
BEDGEAR เชื่อว่าการนอนที่ดีไม่ใช่เรื่องของความรู้สึกเพียงอย่างเดียว แต่คือระบบ Sleep System ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต พลังงาน และ Performance ในทุกวัน
พร้อมกันนี้ Omazz Holding ยังคงเดินหน้าผลักดันแนวคิด “Performance Sleep” ผ่านนวัตกรรมและประสบการณ์การนอนรูปแบบใหม่ เพื่อยกระดับมาตรฐาน Sleep Wellness ของผู้บริโภคไทยสู่ระดับสากล
ประสานงานสื่อ: ฝ่ายสื่อสารองค์กร Omazz Holding · เว็บไซต์: BEDGEAR.co.th
โทร: 061-623-6366
Facebook: Bedgear Thailand
Line Official: @bedgearthailand
ดูสาขาเพิ่มเติมที่นี่: https://bedgear.co.th/th/store-locator
